Korprinting

การพิมพ์ดิจิทัลกับการพิมพ์ออฟเซตคืออะไร เหมาะกับงานแบบใดบ้าง

การพิมพ์ดิจิทัลกับออฟเซตต่างกันอย่างไร?

เป็นผู้ประกอบการ อยากพิมพ์ฉลากสินค้า นามบัตร สติกเกอร์ ใบปลิว รวมทั้งผู้ที่ต้องพิมพ์บัตรเชิญหรืองานพิมพ์อื่น ๆ ในโอกาสพิเศษ ต้องการได้งานพิมพ์ที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์การใช้งาน ราคา และจำนวน แต่ไม่รู้ว่าควรจะเลือกการพิมพ์ประเภทไหนเพื่อให้เหมาะกับงาน เริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วยการมาทำความรู้จักกับการพิมพ์ดิจิทัลกับการพิมพ์ออฟเซต

แล้วการพิมพ์ดิจิทัลกับการพิมพ์ออฟเซตคืออะไร ต่างกันอย่างไรบ้าง อยากสั่งพิมพ์งานได้มั่นใจ เหมาะกับรูปแบบการใช้งาน มาดูข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ก่อนเลือกประเภทงานพิมพ์กันเลย

เจาะลึกการพิมพ์ออฟเซตคืออะไร เหมาะกับงานแบบไหนบ้าง?

การพิมพ์ออฟเซต หรือ Offset Printing คือระบบงานพิมพ์พื้นราบรูปแบบหนึ่ง ถูกคิดค้นในสมัยต้นศตวรรษที่ 20 การทำงานจะอาศัยหลักการแยกตัวกันของน้ำและน้ำมัน ซึ่งต้องอาศัยแม่พิมพ์หรือ Plate โดยแม่พิมพ์นั้นจะถูกอาบด้วยน้ำยาเคมี ทำให้มีคุณสมบัติอมหมึกแต่ไม่อมน้ำ โดยหมึกจะสัมผัสกับแผ่น Plate และกระดาษโดยตรงผ่านลูกกลิ้ง ต้องใช้แม่พิมพ์ 1 อันต่อการพิมพ์ 1 สี ดังนั้นหากต้องการพิมพ์ 4 สีหรือการพิมพ์ CMYK จึงต้องใช้แม่พิมพ์ 4 อัน

สำหรับกระบวนการพิมพ์ออฟเซต สามารถอธิบายให้เข้าใจได้ง่าย ๆ ว่าเป็นการสร้างเยื่อน้ำให้เกาะอยู่บนบริเวณไร้ภาพของแผ่นแม่พิมพ์ เมื่อได้รับหมึกพิมพ์ หมึกก็จะไปเกาะบริเวณที่เป็นภาพ พร้อมจะถูกถ่ายลงบนผ้ายางและกระดาษพิมพ์ โดยมีลูกโมยางเป็นตัวกลาง เมื่อลูกโมยางรับหมึกพิมพ์มา ก็จะนำมาพิมพ์ลงบนแผ่นกระดาษ ทำให้ได้งานพิมพ์ที่มีคุณภาพสูง เหมาะกับการพิมพ์แผ่นพับ โปสเตอร์ ใบปลิว หนังสือ วารสาร โบรชัวร์ และบรรจุภัณฑ์กระดาษ

ประเภทของเครื่องพิมพ์ออฟเซต

เครื่องพิมพ์ออฟเซตแบ่งเป็น 2 ชนิดด้วยกัน ได้แก่

  • เครื่องพิมพ์ชนิดป้อนแผ่น (Sheet-Fed) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ต้องป้อนกระดาษเข้าเครื่องพิมพ์อย่างสม่ำเสมอ เหมาะกับงานพิมพ์ขนาดกลางที่ต้องพิมพ์ลงบนกระดาษที่ยังไม่ถูกตัด เช่น กระดาษขนาด B0, B1 หรือ B2
  • เครื่องพิมพ์ชนิดป้อนม้วน (Web Offset) เป็นเครื่องพิมพ์ความเร็วสูง พิมพ์ได้ปริมาณมากในเวลาจำกัดโดยใช้กระดาษม้วนที่มีราคาถูกในการพิมพ์ เหมาะกับการพิมพ์สมุดโทรศัพท์ หนังสือพิมพ์ และแคตตาล็อก

ข้อดีและข้อควรระวัง

จุดเด่นของการพิมพ์ออฟเซตคือ ได้งานคุณภาพสูง คมชัด สีเหมือนต้นฉบับ สั่งพิมพ์จำนวนมากได้ในเวลารวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถพิมพ์ได้บนวัสดุหลากหลายชนิดและพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ หรือสติ๊กเกอร์ และเหมาะกับงานที่ต้องใช้เทคนิคพิเศษ อย่างการปั๊มนูน ปั๊มฟอยล์ หรือการทำSpot UV ในตำแหน่งต่าง ๆ ยิ่งพิมพ์เยอะ ราคาก็ยิ่งถูกลง แต่การผลิตมีความซับซ้อน ต้องอาศัยความชำนาญของช่าง และอาจมีการสูญเสียชิ้นงานพอสมควรเมื่อเปรียบเทียบกับงานพิมพ์รูปแบบอื่น ๆ รวมทั้งมีต้นทุนค่อนข้างสูง เนื่องจากการจัดพิมพ์งานต้องมีการทำเพลทแม่พิมพ์ แยกสีในแต่ละส่วน

Kor Printing รับพิมพ์ดิจิทัลและออฟเซตครบวงจร

รู้จักการพิมพ์ดิจิทัล ทำงานอย่างไร ใช้กับงานพิมพ์แบบไหนดี?

การพิมพ์ดิจิทัล หรือการ Print On Demand เป็นการพิมพ์โดยต่อเครื่องพิมพ์เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อรับข้อมูลจากคอมพิวเตอร์แล้วพิมพ์ออกมาเป็นชิ้นงาน มีทั้งเครื่องพิมพ์ขนาดเล็กที่ใช้งานตามบ้านหรือสำนักงาน ไปจนถึงเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่ที่ใช้งานในโรงพิมพ์ ไม่ต้องแยกสีของแม่พิมพ์เหมือนกับการพิมพ์ออฟเซต

แต่ให้รายละเอียดและคุณภาพงานพิมพ์ใกล้เคียงกัน ใช้งานง่าย พิมพ์ได้รวดเร็วและหลากหลายวัสดุ ทั้งกระดาษปอนด์ กระดาษอาร์ตมัน สติกเกอร์เนื้อพลาสติก ทั้งแบบขุ่นและแบบใส แผ่นใส แผ่นพลาสติก และวัสดุอื่น ๆ อีกมากมาย

จุดเด่นของการพิมพ์ดิจิทัล ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้งาน

การพิมพ์ดิจิทัลถือเป็นรูปแบบการพิมพ์ที่ตอบโจทย์งานพิมพ์ทุกประเภท เช่น นามบัตร การ์ดเชิญ ป้ายแท็กสินค้า ปฏิทินตั้งโต๊ะ และเมนูอาหาร และยังมีข้อดีอีกมากมาย ได้แก่

  • ไม่มีขั้นต่ำในการสั่งพิมพ์ จะเป็นผู้ประกอบการ SME หรือบุคคลทั่วไปที่ไม่ต้องการใช้งานงานพิมพ์จำนวนมากก็สามารถสั่งพิมพ์ได้
  • งานภาพและสีคมชัดเทียบเท่าการพิมพ์ออฟเซต สามารถพิมพ์ตัวหนังสือเล็ก ๆ และพิมพ์สีขาวได้
  • ประหยัดขั้นตอนและเวลาในการทำงาน ไม่ต้องเสียเวลาทำฟิล์มและแม่พิมพ์ใหม่ เหมาะกับงานพิมพ์ที่ต้องการความเร่งด่วน
  • สามารถใช้เทคนิคพิเศษในการพิมพ์ได้แม้ว่าจะสั่งพิมพ์จำนวนน้อย เช่น การเคลือบด้าน เคลือบเงา เคลือบฟิล์มพิเศษแบบอื่น ๆ หรือทำ Hot Stamp Foil เพื่อเพิ่มมูลค่าสำหรับฉลากสินค้า
  • ใช้ทรัพยากรในการพิมพ์น้อย
  • ได้งานพิมพ์ที่มีมาตรฐานเท่าเทียมกันทุก ๆ หน้า

สรุปความแตกต่างระหว่างการพิมพ์ดิจิทัลกับการพิมพ์ออฟเซต

จากกระบวนการทำงานและข้อดีของการพิมพ์ทั้ง 2 แบบ เราสามารถสรุปได้ว่าการพิมพ์ดิจิทัลกับการพิมพ์ออฟเซตให้งานพิมพ์ที่มีคุณภาพใกล้เคียงกัน แต่สิ่งที่ต่างกันคือเรื่องของจำนวนและความเร่งด่วน หากต้องการงานพิมพ์จำนวนน้อย ระยะเวลาเตรียมตัวไม่มาก การพิมพ์ดิจิทัลคือสิ่งที่ตอบโจทย์ แต่ถ้าต้องการงานพิมพ์จำนวนมาก การพิมพ์ออฟเซตจะทำราคาได้ดีกว่านั่นเอง

ตัวอย่างงานพิมพ์ระบบOFFSET
ตัวอย่างงานพิมพ์ระบบOFFSET
ตัวอย่างงานพิมพ์ระบบOFFSET
ตัวอย่างงานพิมพ์ระบบOFFSET

ตัวอย่างงานพิมพ์ระบบOFFSET

ตัวอย่างงานพิมพ์ระบบดิจิตอล
ตัวอย่างงานพิมพ์ระบบดิจิตอล
ตัวอย่างงานพิมพ์ระบบดิจิตอล
ตัวอย่างงานพิมพ์ระบบดิจิตอล

ตัวอย่างงานพิมพ์ระบบดิจิตอล

และถ้าหากคุณกำลังมองหาโรงพิมพ์คุณภาพเยี่ยม บริการครบวงจร ที่ Kor Printing เรามีบริการรับพิมพ์ดิจิทัลและออฟเซตคุณภาพเยี่ยม สีสันแม่นยำ คมชัด พร้อมวัสดุคุณภาพให้เลือกหลากหลาย มีประสบการณ์งานพิมพ์นานกว่า 20 ปี ส่งงานทันใจ รับพิมพ์แบบไม่มีขั้นต่ำในราคาสมเหตุสมผล สอบถามข้อมูลและสั่งพิมพ์งานได้ทาง LINE Official: @korprint ทีมงานมืออาชีพของเรายินดีให้คำปรึกษา